You are using an outdated browser. Please upgrade your browser to improve your experience and security.

เว็บ pay69:Inventors and Inventions of the Industrial Revolution

เว็บคาสิโน168up,นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในคืนนี้ตามเวลาไทย รวมถึงตัวเลขจ้างงานเดือนมิ.ย.จาก ADP, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนมิ.ย., ดัชนีภาคการผลิตเดือนมิ.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) และค่าใช้จ่ายด้านก่อสร้างเดือนพ.ค.-ประเมินทิศทางการเคลื่อนไหวของ SET lndex ในช่วงบ่าย ต้นๆอาจฟื้นตัวและกลับไปในแดนบวกบ้าง แต่ช่วงท้ายคาดว่าจะเกิดแรงขายลดความเสี่ยงต่อสถานการณ์ต่างประเทศ การทำประชามติของกรีซว่าจะรับหรือไม่รับแผนของ TROlKA ในวันที่ 5 ก.ค.58 นี้ ซึ่งตอนนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง ดูได้จากผลโพล GPO Poll รายงานโดย Bloomberg พบว่า ก้ำกึ่งกันมาก โดยเป็นยอมรับ 47% และไม่ยอมรับ 43% ทั้งนี้หากผลออกมา ยอมรับเชื่อว่าจะนำไปสู่การเจรจารอบใหม่และตลาดหุ้นทั่วโลกจะตอบรับในเชิงบวก แต่หากผลออกมาไม่ยอมรับ คาดว่าการเจรจารอบใหม่จะเกิดขึ้นยาก และน่าจะนำไปสู่การออกจาก EU ของกรีซ ตลาดหุ้นทั่วโลกน่าจะปรับลงรุนแรงอีกครั้งทั้งนี้ บริษัทจะชำระราคาค่าซื้อขายกิจการดังกล่าวบางส่วนเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทและส่วนที่เหลือเป็นเงินสด โดยภายหลังการโอนกิจการทั้งหมดให้แก่บริษัทแล้ว KPNH จะเลิกกิจการและชำระบัญชีเพื่อเลิกบริษัท,อเมริกัน ฟุตบอล สด สรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET อัตราถดถอยลดลง SET ปรับลงต่อเล็กน้อย เนื่องด้วยกลุ่มแบงก์ที่โดนแรงขายทำกำไรแรงก่อนหน้านี้ เริ่มทรงตัว ส่วนประเด็นอื่นๆ ยังไม่มีอะไรนัก รอประเด็นสำคัญสำหรับผลประชามติกรีซในวันอาทิตย์นี้ ทั้งนี้ SET ปิดภาคเช้าที่ระดับ 1489.14 จุด (-0.17%) ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.5 หมื่นลบ. กลุ่มหลักแบงก์ฟื้นตัวเล็กน้อย ปิดบวก +0.2% ส่วน ICT และพลังงาน ปิดลบเล็กน้อยที่ -0.2% และ -0.3% ตามลำดับ ด้านตลาดภูมิภาคบวกลบคละเคล้า EASTW เปิดแผน 5 ปี วางระบบน้ำแก้วิกฤตน้ำถาวร มั่นใจตะวันออกไม่แล้งทั้งนี้ นับจากการรายงานโรคไวรัสเมอร์สในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2558 โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ในฐานะที่เป็นผู้รายงานผู้ป่วยที่ต้องสงสัย และได้ทำการคัดกรองจนสามารถป้องกันการระบาดเข้าสู่ชุมชน รวมทั้งได้จัดการย้ายผู้ป่วยเพื่อไปรับการรักษาต่อยังสถาบันบำราศนราดูร ในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขอย่างปลอดภัย และสามารถควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเมอร์สได้ ตามที่รับทราบโดยทั่วกันแล้วนั้นUNIQเข้าซื้อ เล็งแบ่งทำกำไรที่ 19.30 บาท (+/-) วิกฤตหนี้กรีซ จับตาการลงประชามติวันที่ 5 ก.ค. 58เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มการเติบโตและสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว โดยในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าคาดว่า นักลงทุนต่างชาติจะหลั่งไหลเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ดังนั้น ธุรกิจอสังหาฯจะมีความโดดเด่นมากขึ้นตามการเติบโตของเศรษฐกิจและความต้องการที่อยู่อาศัย ออฟฟิศสำนักงานในรูปแบบให้เช่าทั้งระยะยาวและระยะสั้นถือเป็นการลงทุนที่เพิ่มช่องทางการรับรายได้ที่หลากหลายมากขึ้นของบริษัท โดยการกระทำของผู้แนะนำการลงทุนทั้ง 4 ราย เป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมเกี่ยวข้องกับการสร้างราคาหลักทรัพย์และพฤติกรรมของผู้บริหารรายนายวิคเตอร์ เป็นการละเลยการตรวจสอบดูแลตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้ผู้ปฏิบัติงานภายใต้การตรวจสอบดูแลกระทำการฝ่าฝืนหรือขัดต่อกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือประกาศตามกฎหมายดังกล่าว ก.ล.ต. จึงลงโทษบุคคลทั้ง 4 ราย และผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ โดยการสั่งพักการให้ความเห็นชอบ และกำหนดระยะเวลารับพิจารณาคำขอความเห็นชอบใหม่ในครั้งต่อไป โดยดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.3% แตะ 388.06 ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดวันนี้ที่ 4,898.55 จุด เพิ่มขึ้น 15.36 จุด, +0.31% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเปิดวันนี้ที่ 11,191.28 จุด เพิ่มขึ้น 10.78 จุด, +0.10% DIMET-EVER ควงแขนเข้าเกณฑ์มาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 หุ้น Domestic ที่ลงมากกว่าตลาดและ Laggard มาก BLACK (TP34*) : Support 26.5/25 Resistant 28.0/30.0หลังจากราคาย้อนลงไปทดสอบแนวรับจากเส้นต้นทุนเฉลี่ยระดับต่างๆ แล้วยังมีแรงซื้อดันกลับ ทำให้ยังยืนปิดได้ดี พร้อมมีวอลุ่มและสัญญาณบวกจากการฟอร์มตัวของ Indicators ต่างๆ ช่วยหนุน ดังนั้นถ้าไม่ย้อนต่ำกว่าแนวรับอีก คาดว่ามีลุ้นดีดขึ้นหาแนวต้านให้ทำกำไรตามรอบได้รศ.เชนินทร์ เชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RWI เปิดเผยว่า บริษัทได้ข้อสรุปกับผู้นำเข้ารายสำคัญในประเทศลาว เพื่อเป็นพันธมิตรด้านการขยายตลาด โดยเป็นผู้รับเหมาและผู้ผลิตแผ่นพื้นคอนกรีต เสาเข็ม รวมทั้งเสาไฟฟ้า โดยคาดว่าจะมีการส่งออกได้ภายในเดือน ส.ค.58 นี้ จากนั้นจะขยายการส่งออกไปยังประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เพิ่มเติมในปลายปีนี้,กราฟระยะสั้นกลับตัวเป็น U shape โดยล่าสุดราคาดีดตัวตัดเส้น EMA 10 วันขึ้นเป็นสัญญาณซื้อได้สำเร็จ พร้อมทั้ง RSI ชี้ขึ้นและทำ Positive divergence รวมถึงมี volume หนาแน่นสนับสนุนการปรับตัวขึ้นต่อ、pg slot 78、 30 หุ้นฝรั่งไล่ซื้อ 30 หุ้นฝรั่งขายทิ้ง ประจำวันที่ 2 ก.ค.58, AIRA ลงทุน 200 ลบ.ตั้ง ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ ทำอสังหาฯ หนุนรายได้โตแกร่งอย่างไรก็ตาม ยังต้องดูการตัดสินใจของประชาชนกรีซในการทำประชามติ 5 ก.ค. นี้ ว่าจะยอมรับเงื่อนไขของกลุ่มเจ้าหนี้หรือไม่ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่จะชี้บทสรุปว่ากรีซจะอยู่ในกลุ่มยูโรโซนต่อไปหรือไม่ โดยหากพิจารณาประเด็นความเสี่ยงของการผิดนัดครั้งนี้จะพบว่าในส่วนของธนาคารยุโรป (ECB) ปัจจุบันหลังพ้นการปรับโครงสร้างและ Hair Cut หนี้ พันธบัตรรัฐบาลกรีซไปในปี 55 ได้ลดการถือครองพันธบัตรกรีซจาก 1.3 แสนล้านยูโร สู่ระดับต่ำเพียง 3.3 หมื่นล้านยูโรเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น หากกลับมาพิจารณาผลกระทบจากวิกฤติหนี้กรีซที่มีต่อไทยจะพบว่าในแง่ของการค้าระหว่างไทย-กรีซ คิดเป็นเพียง 0.1%ของ GDP เท่านั้น。

KTC เผย 5 เดือนแรกลูกค้าบัตรใหม่น้อย-คาดปีนี้ไม่ถึงเป้า เล็งคุม NPL ให้ต่ำกว่า 1% ตลาดหุ้นเอเชียผันผวนเช้านี้ ขณะจับตากรีซลงประชามติวันอาทิตย์นี้โดยยอดขายของ TWZ ในช่วงครึ่งปีแรกไม่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจมากนัก เนื่องจากการกระจายช่องทางการขายที่เพิ่มขึ้นผ่านแฟรนไชส์ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ขณะที่แคมเปญ TWZ เลิฟ เลิฟ เครื่องเก่าแลกเครื่องใหม่ในราคาพิเศษ ซึ่งจะสิ้นสุดลงในเดือนสิงหาคมนี้ ก็น่าช่วยเป็นแรงส่งต่อเนื่องที่ผลักดันให้ยอดขายในไตรมาสที่ 3 ของบริษัทเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้,นอกจากนี้ นายยุงเกอร์ยังส่งสัญญาณให้มีการเจรจาเพื่อเลื่อนกำหนดการชำระหนี้ในปีนี้ของกรีซ หากกรีซยอมรับเงื่อนไขในข้อตกลงทั้งนี้ หลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทำการแล้ว IMF ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า กรีซยังไม่ได้ชำระหนี้มูลค่า 1.6 พันล้านยูโรให้กับ IMF ตามกำหนดเมื่อวานนี้ (30 มิ.ย.) ซึ่งทำให้กรีซกลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วประเทศแรกที่ผิดนัดชำระหนี้ IMF ขณะที่นักลงทุนจับตาดูกรีซจะจัดทำประชามติในวันที่ 5 ก.ค.เพื่อให้ประชาชนชี้ขาดว่าจะรับหรือไม่รับเงื่อนไขในข้อตกลงให้ความช่วยเหลือทางการเงินจากทางเจ้าหนี้กราฟระยะสั้นกลับตัวเป็น U shape โดยล่าสุดราคาดีดตัวตัดเส้น EMA 10 วันขึ้นเป็นสัญญาณซื้อได้สำเร็จ พร้อมทั้ง RSI ชี้ขึ้นและทำ Positive divergence รวมถึงมี volume หนาแน่นสนับสนุนการปรับตัวขึ้นต่อโดยดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 26,222.77 จุด ลดลง 59.55 จุด, -0.23% ดัชนีนิกเกอิปิดเช้าปรับลง 91.25 จุด หรือ 0.44% แตะที่ 20,431.25 จุด,SPPT แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้านแต่ถ้าหากชาวกรีซเลือกที่จะโหวต Yes ในการสนับสนุนมาตรการดังกล่าว เขาก็จะเคารพผลการลงประชามตินั้น ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณว่า นายซิปราสอาจจะลาออกจากตำแหน่ง และปูทางสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ เนื่องจากรัฐบาลของเขาไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว วันนี้กลุ่มธนาคารฯ เริ่มบวกขึ้นมาบ้างแล้ว 0.24% หลังลงมา 3 วันติดต่อกัน 6.4% จนระดับ PBV กลุ่มลงมาที่ 1.29 เท่า เกินจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ 1.3 และใกล้เคียงค่า mean 1 s.d. ที่ 1.27 เท่า การลงรุนแรงของ ธนาคารฯ ในครั้งนี้มาจากแนวโน้มผลประกอบการที่ย่ำแย่ในงวด 2Q58 และผลประกอบปี 2558 จาก NlM ที่ลดลง และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ (Credit Cost) ตามระดับ NPL ที่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ทั้งนี้กลุ่มธนาคารฯได้มีการปรับตัวลดลงมาอย่างเนิ่นนานกว่า 6 เดือนต่อเนื่อง โดยลงมาตั้งแต่ต้นปี 2558 กว่า 19% ซึ่งสะท้อนได้ถึงราคาที่ได้ซึมซับต่อปัจจัยกดดันในประเด็นดังกล่าวไปพอสมควร แม้ว่าจะไม่รวมถึงผลกระทบจากภัยแล้งที่อาจแรงเกินคาด แต่ในระยะสั้น กลุ่มธนาคารฯ น่าจะมี Downside Risk ที่จำกัด (ยกเว้นว่าเศรษฐกิจจะซึมและแย่กว่าคาดหมาย ซึ่งตอนนี้มีภัยแล้งเป็นปัจจัยสำคัญ) อย่างไรก็ตามยังคงแนะนำให้ชะลอการลงทุนในหุ้นกลุ่ม ธ.พ.ไปก่อน นักลงทุนอาจรอจังหวะทยอยซื้อหุ้นเมื่อราคาอ่อนตัว โดยให้ความสำคัญกับ Dividend Yield ซึ่งระดับที่น่าสนใจคือช่วง 4.5 5% ซึ่งมีหลายแห่งที่ Dividend Yield เริ่มเข้าใกล้บริเวณดังกล่าวเช่น BBL , SCB , TlSCOส่วนสต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิ่ง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมัน เพิ่มขึ้น 123,000 บาร์เรล สู่ระดับ 56.4 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 392,000 บาร์เรล สู่ระดับ 135.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.,STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 1.90 ลงไปนายพงษ์ชัย กล่าวว่า จะมอบหมายให้ FSMART เข้ามาบริหารตู้กดเครื่องดื่มอัตโนมัติดังกล่าว เพราะเห็นว่า FSMART มีศักยภาพและความชำนาญในการบริหารจัดการตู้ สำหรับสินค้าที่บรรจุภายในตู้กดเครื่องดื่มจะเป็นผลิตภัณฑ์ในเครือบุญรอด ซึ่งเป็นสินค้าทีมีคุณภาพและจำเป็นใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะทำให้สามารถขยายช่องทางการจัดจำหน่ายได้เพิ่มขึ้นด้วยมาดูกราฟกันแล้วจะเห็นอะไรดีๆ ไม่น้อย ราคาหุ้นฟอร์มตัวเป็นถ้วยหงายใบใหญ่มาก ช่วงเดือนเมษา-พฤษภาที่ผ่านมาเกิดกลุ่มราคาเหวี่ยงตัวขึ้นลง ช่วงนั้นมีโวลุ่มหนาคล้ายถูกสะสมหุ้น แม้จะเหวี่ยงตัวแรงแต่รักษาฟอร์ม Bell Curve นี้ไว้ได้และตามทฤษฎีกราฟแล้วภายในปีนี้ควรจะวิ่งไปยังปีกขวาหรือเห็นแถว 5 บาทสอดคล้องกับราคาเป้าหมายที่เด็กแนวประเมินเบื้องต้น ดูแบบนี้แล้วต้องบอกว่าสะสมไว้อย่างใจเย็น เพราะอาจจะให้ผลตอบแทนไม่น้อยกว่า 50% เลยราคาปิด 8.10 แนวรับ 8.05-7.95 แนวต้าน 8.30-8.35 , 8.45-8.65,นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลแรงงานที่อ่อนแอของสหรัฐ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 223,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. จากระดับ 254,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. ซึ่งตัวเลขจ้างงานเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 233,000 ตำแหน่ง , หากพิจารณาอัตราผลตอบแทนของกลุ่ม ธ.พ. ในวันนี้ ซึ่งปรับเพิ่มขึ้น 0.24% สืบเนื่องจากหุ้นใหญ่ในกลุ่มอย่าง KBANK SCB KTB และ BBL เริ่มทยอยการฟื้นตัวให้เห็น และถ้าพิจารณากลุ่มนี้ ควบคู่กับ lndicator ทางเทคนิคของ RSl พบว่า ค่า RSl ของหุ้นทุกตัวในกลุ่มมีพฤติกรรมเหมือนกัน กล่าวคือ มีระดับ RSl ที่อยู่ในเขตขายมากเกินไป (Oversold) และล่าสุดเริมมีการฟื้นตัวบางๆให้เห็น ซึ่งจากสถิติย้อนหลัง 1.5 ปีที่ผ่านมา หากค่า RSl ของหุ้น เหล่านี้ ลงมาต่ำกว่าระดับ RSl 20-30% มักจะฟื้นตัวขึ้นตามมา โดยให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยถึง 5.6% (KBANK ลงมาต่ำกว่า RSl 25% 3 ครั้งและมีการฟื้นตัวทุกครั้ง โดยเฉลี่ย 7.6% SCB ต่ำกว่า 30% 5 ครั้ง ฟื้นตัวทุกครั้งเฉลี่ย 5.6% BBL ลงมาต่ำกว่า 30% 3 ครั้งฟื้นตัวทั้ง 3 ครั้งเฉลี่ย 5.5%)ทั้งนี้ บริษัทร่วมทุนดังกล่าวได้ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งเรียบร้อยแล้ว โดยมีชื่อว่าบริษัท เมกกาโซล่าร์เพาเวอร์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งวันที่ 29 มิ.ย.58 มีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท (ทุนชำระแล้ว 250,000 บาท) สำหรับลักษณะธุรกิจเป็นการลงทุนหรือผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยจดทะเบียนเป็นหุ้นสามัญ จำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาทรวมถึงการเติบโตของสินเชื่อก็น้อยกว่าที่เคยประมาณการไว้ สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/58 คาดว่าจะอ่อนแอ เพราะมีการตั้งสำรองค่าเผื่อฯ เพิ่มขึ้น และกำไรก่อนสำรองเติบโตไม่มากจากสินเชื่อที่ขยายตัวได้จำกัดและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโตน้อย ส่วนภาพรวมทั้งปี 58 จึงมีการปรับลดประมาณการกำไรธนาคารพาณิชย์อีกรอบ ดังนี้。

The Industrial Revolution (1750–1900) forever changed the way people in Europe and the United States lived and worked. These inventors and their creations were at the forefront of a new society.


  • Spinning and weaving

    The creation of the following ingenious machines made possible the mass production of high-quality cotton and woolen thread and yarn and helped transform Great Britain into the world’s leading manufacturer of textiles in the second half of the 18th century.

    The spinning jenny. About 1764 James Hargreaves, a poor uneducated spinner and weaver living in Lancashire, England, conceived a new kind of spinning machine that would draw thread from eight spindles simultaneously instead of just one, as in the traditional spinning wheel. The idea reportedly occurred to him after his daughter Jenny accidentally knocked over the family’s spinning wheel; the spindle continued to turn even as the machine lay on the floor, suggesting to Hargreaves that a single wheel could turn several spindles at once. He obtained a patent for the spinning jenny in 1770.

    The water frame. So called because it was powered by a waterwheel, the water frame, patented in 1769 by Richard Arkwright, was the first fully automatic and continuously operating spinning machine. It produced stronger and greater quantities of thread than the spinning jenny did. Because of its size and power source, the water frame could not be housed in the homes of spinners, as earlier machines had been. Instead, it required a location in a large building near a fast-running stream. Arkwright and his partners built several such factories in the mountainous areas of Britain. Spinners, including child laborers, thereafter worked in ever-larger factories rather than in their homes.

    The spinning mule. About 1779 Samuel Crompton invented the spinning mule, which he designed by combining features of the spinning jenny and the water frame. His machine was capable of producing fine as well as coarse yarn and made it possible for a single operator to work more than 1,000 spindles simultaneously. Unfortunately, Crompton, being poor, lacked the money to patent his idea. He was cheated out of his invention by a group of manufacturers who paid him much less than they had promised for the design. The spinning mule was eventually used in hundreds of factories throughout the British textile industry.

  • The steam engine

    Through its application in manufacturing and as a power source in ships and railway locomotives, the steam engine increased the productive capacity of factories and led to the great expansion of national and international transportation networks in the 19th century.

    Watt’s steam engine. In Britain in the 17th century, primitive steam engines were used to pump water out of mines. In 1765 Scottish inventor James Watt, building on earlier improvements, increased the efficiency of steam pumping engines by adding a separate condenser, and in 1781 he designed a machine to rotate a shaft rather than generate the up-and-down motion of a pump. With further improvements in the 1780s, Watt’s engine became a primary power source in paper mills, flour mills, cotton mills, iron mills, distilleries, canals, and waterworks, making Watt a wealthy man.

    The steam locomotive. British engineer Richard Trevithick is generally recognized as the inventor of the steam railway locomotive (1803), an application of the steam engine that Watt himself had once dismissed as impractical. Trevithick also adapted his engine to propel a barge by turning paddle wheels and to operate a dredger. Trevithick’s engine, which generated greater power than Watt’s by operating at higher pressures, soon became common in industrial applications in Britain, displacing Watt’s less-efficient design. The first steam-powered locomotive to carry paying passengers was the Active (later renamed the Locomotion), designed by English engineer George Stephenson, which made its maiden run in 1825. For a new passenger railroad line between Liverpool and Manchester, completed in 1830, Stephenson and his son designed the Rocket, which achieved a speed of 36 miles (58 km) per hour.

    Steamboats and steamships. Steamboats and other steamships were pioneered in France, Britain, and the United States in the late 18th and early 19th centuries. The first commercially successful paddle steamer, the North River Steamboat, designed by American engineer Robert Fulton, traveled up the Hudson River from New York City to Albany, New York, in 1807 at a speed of about 5 miles (8 km) per hour. Eventually, ever larger steamboats delivered cargo as well as passengers over hundreds of miles of inland waterways of the eastern and central United States, especially the Mississippi River. The first transoceanic voyage to employ steam power was completed in 1819 by the Savannah, an American sailing ship with an auxiliary steam-powered paddle. It sailed from Savannah, Georgia, to Liverpool in a little more than 27 days, though its paddle operated for only 85 hours of the voyage. By the second half of the 19th century, ever larger and faster steamships were regularly carrying passengers, cargo, and mail across the North Atlantic, a service dubbed “the Atlantic Ferry.”

  • Harnessing electricity

    In the early 19th century, scientists in Europe and the United States explored the relationship between electricity and magnetism, and their research soon led to practical applications of electromagnetic phenomena.

    Electric generators and electric motors. In the 1820s and ’30s British scientist Michael Faraday demonstrated experimentally that passing an electric current through a coil of wire between two poles of a magnet would cause the coil to turn, while turning a coil of wire between two poles of a magnet would generate an electric current in the coil (electromagnetic induction). The first phenomenon eventually became the basis of the electric motor, which converts electrical energy into mechanical energy, while the second eventually became the basis of the electric generator, or dynamo, which converts mechanical energy into electrical energy. Although both motors and generators underwent substantial improvements in the mid-19th century, their practical employment on a large scale depended on the later invention of other machines—namely, electrically powered trains and electric lighting.

    Electric railways and tramways. The first electric railway, intended for use in urban mass transit, was demonstrated by German engineer Werner von Siemens in Berlin in 1879. By the early 20th century, electric railways were operating within and between several major cities in Europe and the United States. The first electrified section of London’s subway system, called the London Underground, began operation in 1890.

    The incandescent lamp.In 1878–79 Joseph Wilson Swan in England and later Thomas Alva Edison in the United States independently invented a practical electric incandescent lamp, which produces continuous light by heating a filament with an electric current in a vacuum (or near vacuum). Both inventors applied for patents, and their legal wrangling ended only after they agreed to form a joint company in 1883. Edison has since been given most of the credit for the invention, because he also devised the power lines and other equipment necessary for a practical lighting system. During the next 50 years, electric incandescent lamps gradually replaced gas and kerosene lamps as the major form of artificial light in urban areas, though gas-lit street lamps persisted in Britain until the mid-20th century.

  • The telegraph and the telephone

    Two inventions of the 19th century, the electric telegraph and the electric telephone, made reliable instantaneous communication over great distances possible for the first time. Their effects on commerce, diplomacy, military operations, journalism, and myriad aspects of everyday life were nearly immediate and proved to be long-lasting.

    The telegraph. The first practical electric telegraph systems were created almost simultaneously in Britain and the United States in 1837. In the device developed by British inventors William Fothergill Cooke and Charles Wheatstone, needles on a mounting plate at a receiver pointed to specific letters or numbers when electric current passed through attached wires. American artist and inventor Samuel F.B. Morse created his own electric telegraph and, more famously, a universal code, since known as Morse Code, that could be used in any system of telegraphy. The code, consisting of a set of symbolic dots, dashes, and spaces, was soon adopted (in modified form to accommodate diacritics) throughout the world. A demonstration telegraph line between Washington, D.C., and Baltimore, Maryland, was completed in 1844. The first message sent on it was, “What hath God wrought!” Telegraph cables were first laid across the English Channel in 1851 and across the Atlantic Ocean in 1858. In the United States the spread of telegraphic communication through the growth of private telegraph companies such as Western Union aided the maintenance of law and order in the Western territories and the control of traffic on the railroads. What’s more, it enabled the transmission of national and international news through wire services such as the Associated Press. In 1896 Italian physicist and inventor Guglielmo Marconi perfected a system of wireless telegraphy (radiotelegraphy) that had important military applications in the 20th century.

    The telephone. In 1876 Scottish-born American scientist Alexander Graham Bell successfully demonstrated the telephone, which transmitted sound, including that of the human voice, by means of an electric current. Bell’s device consisted of two sets of metallic reeds (membranes) and electromagnetic coils. Sound waves produced near one membrane caused it to vibrate at certain frequencies, which induced corresponding currents in the electromagnetic coil connected to it, and those currents then flowed to the other coil, which in turn caused the other membrane to vibrate at the same frequencies, reproducing the original sound waves. The first “telephone call” (successful electric transmission of intelligible human speech) took place between two rooms of Bell’s Boston laboratory on March 10, 1876, when Bell summoned his assistant, Thomas Watson, with the famous words that Bell transcribed in his notes as “Mr. Watson—Come here—I want to see you.” Initially the telephone was a curiosity or a toy for the rich, but by the mid-20th century it had become a common household instrument, billions of which were in use throughout the world.

  • The internal-combustion engine and the automobile

    Among the most-consequential inventions of the late Industrial Revolution were the internal-combustion engine and, along with it, the gasoline-powered automobile. The automobile, which replaced the horse and carriage in Europe and the United States, offered greater freedom of travel for ordinary people, facilitated commercial links between urban and rural areas, influenced urban planning and the growth of large cities, and contributed to severe air-pollution problems in urban areas.

    The internal-combustion engine. The internal-combustion engine generates work through the combustion inside the engine of a compressed mixture of oxidizer (air) and fuel, the hot gaseous products of combustion pushing against moving surfaces of the engine, such as a piston or a rotor. The first commercially successful internal-combustion engine, which used a mixture of coal gas and air, was constructed about 1859 by Belgian inventor étienne Lenoir. Initially expensive to run and inefficient, it was significantly modified in 1878 by German engineer Nikolaus Otto, who introduced the four-stroke cycle of induction-compression-firing-exhaust. Because of their greater efficiency, durability, and ease of use, gas-powered engines based on Otto’s design soon replaced steam engines in small industrial applications. The first gasoline-powered internal-combustion engine, also based on Otto’s four-stroke design, was invented by German engineer Gottlieb Daimler in 1885. Soon afterward, in the early 1890s, another German engineer, Rudolf Diesel, constructed an internal-combustion engine (the diesel engine) that used heavy oil instead of gasoline and was more efficient than the Otto engine. It was widely used to power locomotives, heavy machinery, and submarines.

    The automobile. Because of its efficiency and light weight, the gasoline-powered engine was ideal for light vehicular locomotion. The first motorcycle and motorcar powered by an internal-combustion engine were constructed by Daimler and Karl Benz, respectively, in 1885. By the 1890s a nascent industry in continental Europe and the United States was producing increasingly sophisticated automobiles for mostly wealthy customers. Less than 20 years later American industrialist Henry Ford perfected assembly-line methods of manufacturing to produce millions of automobiles (especially the Model T) and light trucks annually. The great economies of scale he achieved made automobile ownership affordable for Americans of average income, a major development in the history of transportation.

Special Subscription Bundle Offer!
Learn More!
บา คา ร่า เกม ทีเด็ด บอล 555 ark survival free gta 5 driving skill ผล บอล ยู เว่ potty racers 5 play arcade games online black desert online skills เครดิต ฟรี ล่าสุด ไม่ ต้อง แชร์ ดู บอล ออ
mad skills motocross 3 dk skills eso split casino slot machine online logitech g29 wheel
beamng drive free download 2019 หา เครดิต ฟรี 2020 คา สิ โน star ไม่ ต้อง ฝาก ถอน ได้ 2019 farming skill stardew
galaxy casino บอล สด ยู 23 forza horizon 4 wheel ทีเด็ด บอล ฟัน ธง โปแลนด์ บอล